The Father พ่อตัวน้อย เกิด แก่ เจ็บ ตาย นั้นเป็นธรรมดาโลก

Posted on July 22, 2021Comments Off on The Father พ่อตัวน้อย เกิด แก่ เจ็บ ตาย นั้นเป็นธรรมดาโลก

ขึ้นต้นอย่างนี้ก็คงจะคิดว่า บทรีวิวคงกำลังพูดถึงเรื่องทางธรรม แต่ไม่ใช่หรอก กำลังพูดถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่เพิ่งจะได้ไปดูมา เรื่องของพ่อที่เป็นโรคสมองเสื่อมกับลูกสาวที่ต้องปวดร้าวที่เห็นอาการของพ่อทุกเมื่อเชื่อวัน The Father คือภาพยนตร์เรื่องนั้นผลงานการกำกับของ Florian Zeller/ฟลอเรียน เซลเลอร์ ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสที่คนดูหนังทั่วไปอาจไม่คุ้นชื่อ แต่เขาสร้างชื่อการเป็นคนเขียนบทหนังมาก่อน ผลงานก่อนหน้านี้ก็มีอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น Amoureux de ma femme, Florida, Do Not Disturb ครั้งนี้เขาทั้งเขียนบททั้งกำกับเอง แถมยังได้นักแสดงระดับมากฝีมือมาร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็น Anthony Hopkins, Olivia Colman, Imogen Poots และอีกหลายคน

แอนโธนี (Anthony Hopkins/แอนโธนี ฮอปกินส์ จากหนังเรื่อง The Silence of the Lambs, Thor: Ragnarok และ Hannibal) เขาคือพ่อผู้มีอาการของภาวะสมองเสื่อม (Dementia) แต่เขายังไม่รู้ตัวว่าอาการนั้นมันได้เกิดกับเขามาสักพักแล้ว

แอนน์ (Olivia Colman/โอลิเวีย โคลแมน จากหนังเรื่อง The Favourite, The Lobster และซีรีส์เรื่อง The Crown) ลูกสาวคนโตของแอนโธนี เธอรู้สึกปวดใจทุกครั้งที่พ่อของเธอเอาแต่พูดพร้ำเพ้อถึงน้องสาวของเธอ เธอพยายามอย่างที่สุดในอันที่จะหาพยาบาลมาคอยดูแลผู้เป็นพ่อ แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรดีขึ้น

คนแล้วคนเล่าที่ทนอยู่กับแอนโธนีไม่ไหว ด้วยอารมณ์ที่ขึ้นลองไม่แน่นอนของเขานั่นเอง ล่าสุด ลอร่า (Imogen Poots จากหนังเรื่อง Green Room, Knight of Cups และ I Kill Giants) คือพยาบาลคนใหม่ที่ตกลงปลงจะรับงาน แต่พฤติกรรมของแอนโธนี ประกอบกับพอล (Rufus Sewell) สามีของเธอก็ดูไม่เห็นดีเห็นงามกับความคิดของเธอ คงถึงเวลาที่แอนน์ต้องเลือกเสียทีว่าจะยังทนอยู่แบบนี้ต่อไป

สปอยหนัง
เรื่องราวที่ดูดราม่าตั้งแต่แรกเห็นตัวอย่างหนัก ไม่คาดหวังสิ่งใดอื่นนอกจากบทบาทและความสามารถทางการแสดงของหลายๆ คนที่อยู่ในหนังเรื่องนี้ จะว่าไป พล็อตมันก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน เล่าให้จบได้ในเพียงประโยคเดียวด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ถือว่าเกินคาดนั้นก็คงจะเป็นกลวิธีในการเล่าเรื่องนั่นเอง

ลำดับเรื่องราวซะ เหมือนกำกับให้คนดูเป็นภาวะสมองเสื่อมเสียเอง แต่ละท่อนของเรื่องราวถูกเรียงร้อยด้วยบทอันเรียบง่าย ผ่านท่อนแรกไปเหมือนจะไม่มีอะไรมาก แต่ผ่านไปถึงท่อนที่สองสามสี่ กลับรู้สึกเหมือนผู้กำกับจะสนุกมือกับการปั่นหัวคนดูอยู่ไม่น้อย เพราะมีอะไรมาให้เซอร์ไพรส์ได้อยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อนั่งดูไปพิจารณาไปก็จะมองเห็นจุดประสงค์ของการเล่าเรื่องแบบนี้อยู่พอสมควร

ตลอดช่วงเวลาของหนัง บทค่อนข้างส่งให้ แอนโธนี ฮอปส์กิน ได้แสดงบทเด่นสูงสุด เขาได้เห็นทั้งการเป็นคนแก่ที่ก้าวร้าว หลงลืมสิ่งที่เคยรู้หรือตีหน้าซื่อเพราะหลงลืม ทั้งยังมีบทให้เขาต้องดราม่าบีบน้ำตาจนคนดูอดไม่ได้ที่จะต้องน้ำตาไหลตาม เรียกได้ว่า สมควรแล้วที่เขาจะติดอยู่ในรายชื่อผู้เข้าชิงในรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยมบนเวทีออสการ์หนนี้

สรุป
เป็นเรื่องราวของลูกสาว ที่ต้องทนอยู่กับพ่อที่มีอาการสมองเสื่อม แต่ทว่าพ่อเอาแต่ฝังใจกับลูกสาวคนเล็ก ละลืมความรักและใส่ใจที่เธอมีให้เรื่อยมา ทำให้ต้องเสียน้ำตาอยู่บ่อยๆ กับคำพูดที่ถึงแม้มันจะออกมาจากคนที่มีภาวะสมองเสื่อม แต่มันก็มาจากปากคนที่เป็นพ่อ เธอต้องอยู่กับการอยู่ท่ามกลางความคิดสองฝักสองฝ่าย หนึ่งก็พ่อที่เธอห่วงใย อีกหนึ่งก็สามีที่ต้องการความเป็นส่วนตัว สุดท้าย สองคนนี้ก็คือตัวละครที่พาผู้ชมนั่งเช็ดน้ำตาไปพร้อมๆ กัน